วันที่ 1 - 30 เมษายน 2569
ก่อนการจับกุมในคดีนี้ วันที่ 10 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปกปิดนาม) ว่าจะมีการซื้อขายยาเสพติด (โคเคน) และ ส่งมอบยาเสพติดกันที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามคาเฟ่เดมาร์ ม.3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีชายชาวต่างชาติสัญชาติไนจีเรียเป็น ผู้นำยาเสพติดมาส่ง โดยสายลับยังให้การเพิ่มเติมว่าชายชาวไนจีเรีย ใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีเทา คันหมายเลขทะเบียน 4ขฎ 4654 กรุงเทพมหานคร โดยจะนำยาเสพติด (โคเคน) มาขายให้กับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติหน้าร้านคาเฟ่เดมาร์ช่วงเวลาจัดงานปาร์ตี้เป็นประจำ
ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้วางกำลังซุ่มดูหน้าร้านคาเฟ่เดลมาร์ และแฝงตัวเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยว จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สังเกตุเห็นรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4ขฎ 4654 กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดฝั่งตรงข้ามร้านโดยมีการเปิดไฟขอทางซึ่งต่อมาได้มีชายชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติเดินเข้าไปหา รถคันดังกล่าวพร้อมเปิดประตูรถจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ชุ่มอยู่ได้ทำการแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ (ชายชาวต่าง ชาติที่เดินเข้าไปหารถคันดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไป) เจ้าหน้าที่ตำรจชุดจับกุมได้ควบคุมตัวคนขับรถคันดังกล่าวปรากฏว่าเป็นชายต่างชาติสัญชาติในจีเรีย ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลังคือ MR.OKECHUKWU NGOKA เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไสว จันทร์แก้ว สว.สส.สภ.กมลา ได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ให้ MR.OKECHUKWU NGOKA ดู และขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะพันด้วยสก็อตเทปพันสายไฟสีดำ จำนวน 6 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บ ใบขับขี่รถยนต์ฝั่งคนขับภายในรถยนต์คันที่ MR.OKECHUKWU NGOKA ขับขี่มา เมื่อแกะตรวจสอบพบว่าเป็นวัตถุลักษณะเป็นก้อนและผงสีขาวคล้ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 4 ถุง และวัตถุลักษณะเป็นเกล็ดสีใสปนน้ำตาล คล้ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 2 ถุง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงตรวจยึดยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง สอบถาม MR.OKECHUKWU NGOKA เบื้องต้นให้การยอมรับว่ายาเสพติดให้ให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และวัตออกฤทธิ์ประนภท 2 (เคตามีน) ของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้เป็นของตนจริงซึ่งได้นำติดตัวมาจากที่พักเพื่อนำมามาส่งให้กับลูกค้าที่สั่งและ นัดแนะกันส่งยาเสพติดบริเวณริมถนนฝั่งตรงข้ามร้านคาเฟ่เดมาร์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัว MR.OKECHUKUKNU NGOKA พร้อมของกลางมายัง สภ.กมลา เพื่อจัดทำบันทึกยืนยันความเป็นเจ้าของและยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์/โทรศัพท์มือถือและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตาม มาตรา 80 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อตรวจสอบขยายผลพบว่ามีข้อมูลการพูดคุยติดต่อซื้อขายยาเสพติด (โคเคน) กับลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อยาเสพติดในแอพพลิเคชั่น whatapp และนัดแนะจุดนัดรับโดย MR.OKECHUKWU NGOKA ได้ถ่ายรูปหน้าร้านคาเฟเดมาร์ส่งให้ลูกค้า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ประสานข้อมูลกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตเพื่อตรวจสอบสถานะของ MR.OKECHUKWU NGOKA พบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างค้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” และได้แจ้ง รายละเอียดแห่งการจับกุมและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุมทราบ เมื่อผู้ถูกจับกุมได้ทราบและเข้าใจในข้อกล่าวหาแล้ว ใน ชั้นจับกุมผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับว่าของกลางยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกมได้ตรวจยึดไว้นั้นเป็นของตนจริง
และเมื่อมาถึง สภ.กมลา ได้ตรวจทดสอบสารเสพติดในร่างกายจากปัสสาวะของผู้ต้องหาโดยผู้ต้องหายินยอมให้ทดสอบ ผลการทดสอบพบให้ผลเป็นบวก คือมีสารเสพติดโคเคนในร่างกายจึงแจ้งข้อหาเพิ่มว่า "เสพยาเสพติดประเภท ๒ (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย” และได้แจ้งรายละเอียดแห่งการจับกุบให้ผู้ต้องหาทราบ เมื่อผู้ต้องหาได้ทราบและเข้าใจในข้อกล่าวหาแล้วจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทราบและสอบสวนขยายผลหาผู้ขาย และบันทึกจับกุมแล้วจึงนำส่งพนักงาน สอบสวน สภ.กมลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป